ดูบอลเจลีกญี่ปุ่น

เจลีก ดิวิชัน 1 (J1-League) เป็นลีกระดับสูงสุดของ ฟุตบอลลีกอาชีพแห่งประเทศญี่ปุ่น และเป็นการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพเจลีก ระดับสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในลีกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเอเชีย และเป็นลีกเดียวที่ถูกจัดอันดับไว้ในคลาส A โดยสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย

 

ชื่อของ เจลีก ดิวิชัน 1 ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น เจ1 ลีก ตั้งแต่ฤดูกาล 2015 และเมื่อมีผู้สนับสนุนหลักคือ เมจิ ยะสึดะ ไลฟ์ จึงมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า เมจิ ยะสึดะ เจ1 ลีก แต่ในประเทศไทยยังนิยมเรียกว่า เจลีก ดิวิชัน 1

 

ก่อนจะเริ่มเข้าสู่ยุคเจลีก การแข่งขันระดับสูงสุดของสโมสรในญี่ปุ่น Japan Soccer League (JSL) ซึ่งจัดว่าเป็นลีกสมัครเล่น[1] แม้ในยุคทศวรรษที่ 1960 และ 1970 จะได้รับความนิยมขึ้นมา (ช่วงที่ทีมชาติญี่ปุ่นได้เหรียญทองแดงจากกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1968 ที่เม็กซิโก) แต่ JSL ก็เริ่มซบเซาอีกครั้งในช่วงทศวรรษที่ 1980 เช่นเดียวกับฟุตบอลลีกทั่วโลก แฟนบอลลดน้อยลง สนามคุณภาพไม่ดี และทีมชาติญี่ปุ่นก็ไม่ได้ทีมชั้นนำของเอเชียแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้ สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น (JFA) จึงได้ตัดสินใจก่อตั้งลีกอาชีพขึ้นมาเพื่อยกระดับของทีมชาติ เพิ่มความนิยมให้กับลีกในประเทศ และให้มีแฟนบอลมากขึ้น

 

ด้วยเหตุนี้ เจลีกจึงได้ก่อตั้งขึ้นในปี 1992 โดยมีสโมสรจาก JSL ดิวิชัน 1 เข้าร่วมการแข่งขัน 8 สโมสร ดิวิชัน 2 อีก 1 สโมสร และมีสโมสรชิมิซุ เอส-พัลส์ สโมสรน้องใหม่เข้าร่วมการแข่งขันอีก 1 สโมสร และได้มีการเปลี่ยนชื่อการแข่งขันเป็น ลีกฟุตบอลญี่ปุ่น (Japan Football League: JFL) จัดว่าเป็นลีกกึ่งอาชีพ แต่เจลีกก็ยังไม่ได้เริ่มอย่างเป็นทางการเพราะในตอนนั้นยังมีการแข่งขันยะมะซะกิ นาบิสโก คัพอยู่ ซึ่งเป็นการแข่งขันเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาลจริงในปี 1993

 

นับตั้งแต่ฤดูกาล 2005 เจลีก ดิวิชัน 1 มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 18 ทีม (จากที่เคยมี 16 ทีมในปี 2004) และระบบฤดูกาลแข่งขันเริ่มเปลี่ยนมาใช้แบบสโมสรในยุโรป ทีมที่ต้องตกชั้นเพื่มจาก 2 เป็น 2.5 ทีม นั่นคือ ทีมอันดับสามจากท้ายตารางจะต้องไปเล่นเพลย์ออฟกับทีมอันดับ 3 ในเจลีกดิวิชัน 2 เพื่อหาผู้ที่ต้องตกไปอยู่ดิวิชัน 2

 

ในการวิเคราะห์บอลญี่ปุ่น จากผมทีมงานนั้นมักจะดูที่ราคาหรืออัตราต่อรองเป็นหลัก แต่ในวันนี้ผมขอเสนอปัจจัยร่วมที่มีส่วนเป็นอย่างมากกับการแข่งขันฟุตบอลบอลญี่ปุ่น อีกหนึ่งแนวทางวิเคราะห์บอลญี่ปุ่นครับ

 

  1. ทีมฟุตบอลที่เพิ่งมีการเปลี่ยนตัวโค้ชหรือผู้จัดการทีมแบบสด ๆ ร้อน ๆ มักจะโชว์ฟอร์มกันได้ดีในนัดแรกที่ลงแข่ง จึงสามารถคว้าชัยชนะกันได้ไม่ยาก ไม่ว่าสาเหตุจะเป็นเพราะได้โค้ชไฟแรงมากความสามารถ หรือบรรดานักกีฬาพึงพอใจในตัวผู้จัดการคนใหม่เลยเล่นกันอย่างเต็มที่ก็ตามแต่ คนที่ได้ประโยชน์ก็คือพวกเหล่านักพนันนั่นเอง เนื่องจากสามารถเลือกข้างได้แบบชิลล์ ๆ ไม่ต้องเสียเวลาวิเคราะห์อะไรมาก
  2. ทีมฟุตบอลที่นักกีฬาตัวหลักได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถลงสนามได้มักจะมีโอกาสพ่ายแพ้สูง ขอแนะนำให้แทงทีมตรงข้ามถ้าทางนั้นมีภาษีดีกว่า แต่ถ้านักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บไม่ใช่ตัวหลักที่ทำคะแนนให้ทีมอยู่เสมอแล้วละก็ การบาดเจ็บนี้ก็อาจไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อทีมเลย เพราะฉะนั้นควรสืบข่าวและสอบประวัตินักกีฬาให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจวางเดิมพัน
  3. ทีมฟุตบอลที่มีข่าวเกาเหลากับโค้ชหรือผู้จัดการทีมอยู่เป็นระยะ มีเปอร์เซ็นต์ที่จะแข่งแพ้สูงมาก เนื่องจากนักกีฬาอาจฉวยโอกาสนี้ไล่ผู้จัดการออกด้วยการไม่เล่นตามที่ได้รับการสั่งสอนมา เพื่อชี้ให้ผู้มีอำนาจตระหนักถึงความไร้ประสิทธิภาพของโค้ชนั่นเอง
  4. ทีมฟุตบอลที่กำลังประสบกับปัญหาภายใน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านการเงินที่ขาดสปอนเซอร์คอยสนับสนุน, ปัญหาความขัดแย้งภายในทีม แม้แต่ปัญหาส่วนตัวของนักกีฬาเองก็มีส่วนทำให้พ่ายแพ้การแข่งขันหรือชนะแบบเส้นยาแดงผ่าแปดได้ เพราะความวิตกกังวลจะเป็นตัวสร้างแรงกดดันให้โชว์ฟอร์มได้ไม่เต็มที่นั่นเอง
สมัครสมาชิก