วิเคราะห์บอลฝรั่งเศส

 

รอบสุดท้ายของเวิลด์คัพ 1998 ที่ฝรั่งเศส

การได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกมักจะได้เปรียบอยู่เสมอ ด้วยความที่คุ้นเคยกับสนามและการสนับสนุนจากกองเชียร์ในบ้าน เอ็มเม ฌักเกต์ ได้พิสูจน์แล้วด้วยการคุมทัพขุนพลตราไก่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 1998

 

แม้ทีมชาติฝรั่งเศสประกอบไปด้วยสตาร์ชื่อดังหลายรายทั้ง ซีเนดีน ซีดาน ,ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ และ ยูริ จอร์เกฟฟ์ แต่ในทัวร์นาเมนท์นี้ก็ยังได้ให้โอกาสกับนักเตะวัยรุ่นอีกมากมาย เช่น ปาทริค วิเอรา และคู่ดูโอ้จาก โมนาโกอย่าง เธียร์รี อองรี และ ดาวิด เทรเซเกต์ และยังมี โรแบร์ ปิแรส ได้ออกมาแจ้งเกิดบนเวทีใหญ่ และทั้ง 4 ก็ได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญภายในทีมชาติฝรั่งเศส

 

หลังจากเบียดกันมากับโมร็อคโก ฝรั่งเศสก็ได้รับพิจารณาให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน และรัฐบาลก็ได้สร้างสนามกีฬาแห่งชาติขึ้นมาใหม่ในชื่อ สตาดเดอฟร็องส์ โดยตั้งอยู่ในเขตแซ็งเดอนี กรุงปารีส ด้วยความจุ 80,000 ที่นั่ง และได้ใช้ในการแข่งขัน 9 นัด รวมไปถึงพิธีเปิดและปิดอีกด้วย

 

 

 

มี 4 ประเทศที่ได้เข้าร่วมฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก แอฟริกาใต้ตกรอบตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มที่อยู่ร่วมสายเดียวกับฝรั่งเศสที่ชนะได้ทั้ง 3 เกมในรอบดังกล่าว อีกสามทีมน้องใหม่ที่เหลือได้แก่ โครเอเชีย ,จาไมก้า และ ญี่ปุ่น ได้อยู่รวมในกลุ่มเดียวกันในกลุ่ม H รวมกับอาร์เจนตินา แต่มิโรสลาฟ บลาเซวิคก็ได้พาโครเอเชียให้ได้แจ้งเกิดด้วยการจบทัวร์นาเมนท์โดยการคว้าอันดับที่สาม

 

ที่น่าประหลาดใจคือ สเปน สิ้นสุดเส้นทางของพวกเขาตั้งแต่ในรอบแบ่งกลุ่ม ปล่อยให้ ไนจีเรีย และ ปารากวัย ลิ่วสู่รอบน็อคเอาท์ไปแทน

 

ปารากวัย พบกับฝรั่งเศสในรอบถัดมา และพ่ายแพ้ไปด้วยลูกโกลเดนโกลของ โลรองต์ บล็องก์ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

 

และแน่นอนว่าอีกคู่หนึ่งที่เป็นที่จับตาในรอบ 16 ทีม ก็หนีไม่พ้นการเผชิญหน้ากันของ อังกฤษ และ อาร์เจนตินา ที่แซงต์ เอเตียน

 

 

 

ด้วยความเป็นสองอำนาจลูกหนังที่ขับเคี่ยวกันมาตลอดในฟุตบอลโลก การพบกันของทั้งคู่ถือเป็นเกมที่น่าสนใจ กาเบรียล บาติสตูต้า และ อลัน เชียเรอร์ ต่างสังหารคนละ 1 จุดโทษให้กับทีมตัวเองในขณะที่เกมยังดำเนินไปไม่ถึง 10 นาที หลังจากนั้นไมเคิล โอเวน ก็สร้างสรรค์ประตูอันแสนมหัศจรรย์ให้ในนาทีที่ 16 และนั้นดูเหมือนจะเป็นความหวังอันสดใสของแข้งผู้ดี

 

แต่แล้ว ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ ก็มาช่วยให้อาร์เจนตินาตีเสมอได้ จากลูกสูตรอันแยบยลในจังหวะฟรีคิก ก่อนที่จะหมดเวลาในครึ่งแรกด้วยผลเสมอ 2-2 แต่เกมก็กลับมาเป็นของอาร์เจนตินาอีกครั้งเมื่อ เดวิด เบ็คแฮม ถูกผู้ตัดสิน คิม เนลเซน แจกใบแดงไล่ออกจากสนาม หลังจากที่ไปใส่อารมณ์โดยการตวัดขวาใส่ ดิเอโก ซิเมโอเน

 

โซล แคมป์เบล โหม่งทำประตูในช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่ผู้ตัดสินกลับไม่ได้ให้เป็นประตูเพราะเห็นว่าเป็นจังหวะฟาวล์ไปเสียก่อน ทำให้ท้ายที่สุดต้องดวลกันด้วยจุดโทษและเป็นอาร์เจนตินาที่คว้าชัยชนะในครั้งนี้ไปได้จากการที่ เดวิด แบตตี้ ยิงจุดโทษไปติดเซฟของ คาร์ลอส โรอา

 

แล้วอาร์เจนตินาก็ไปหยุดอยู่แค่รอบก่อนรองชนะเลิศ ด้วยฝีมือของ เดนิส เบิร์กแคมป์ ที่ทำประตูชัยให้ฮอลแลนด์ได้ในนาทีที่ 90 ในขณะที่ โครเอเชีย ก็พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็นทีมที่ถูกยกระดับขึ้นมาแล้วด้วยการถลุงแชมป์จากยุโรปอย่างเยอรมันนีไปได้ถึง 3-0

 

 

 

บราซิล ก็เอาชนะ เดนมาร์กไปได้แบบฉิวเฉียด 3-2 ในขณะที่ฝรั่งเศสเองก็ถึงขั้นต้องดวลจุดโทษกับอิตาลีกว่าจะเข้าสู่รอบรองชนะเลิศมาเจอกับโครเอเชียได้ และต้องขอบคูณ ลิลิยง ตูราม ที่ช่วยให้ฝรั่งเศสได้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ จากการทำ 2 ประตู และถือเป็นเพียงแค่ 2 ประตูเท่านั้นที่เขาทำได้ตลอดการรับใช้ทีมชาติฝรั่งเศส

 

การเอาชนะจุดโทษกับฮอลแลนด์มาได้ทำให้ บราซิลเข้าไปชิงกับ ฝรั่งเศส โดยมีรายงานว่า โรนัลโด้ ถูกถอดชื่อออกจากทีมอยากมีเงื่อนงำ แต่ในที่สุดก็ถูกใส่ชื่อกลับเข้าไปเพียง 45 นาทีก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มตึ้นขึ้น

 

ดาวยิงของทีมอินเตอร์มิลานได้ลงสนามในเกมดังกล่าว แล้วก็ได้รับบาดเจ็บกลับไปต้นสังกัด พร้อมด้วยความพ่ายแพ้ของบราซิล จากการทำสองประตูของ ซีดาน และเสียงโห่ร้องก็ดังกึกก้องมากยิ่งขึ้นเมื่อ เอ็มมานูเอล เปอตีต์  ปิดกล่องให้ฝรั่งอีกหนึ่งประตูในช่วงทดเวลา

 

ฝรั่งเศสตั้งขบวนแห่ถ้วยรางวัลของพวกเขาไปยัง ชองส์-เอลิเซส์ และตอกย้ำความสำเร็จของพวกเขาอีกครั้งใน 2 ปีถัดมาด้วยการคว้าแชมป์ฟุตบอลยุโรปในปี 2000

สมัครสมาชิก