แทงบอลนีซออนไลน์

 

  1. เคยช่วยเด็กนักเรียนให้รอดพ้นจากการถูกกลั่นแกล้ง

สำหรับเรื่องการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนของเด็กประถมหรือมัธยมนั้น ไม่ว่าที่ไหน ๆ ในโลกใบนี้ก็มีเกิดขึ้นเหมือนกันหมด ไม่เว้นแม้แต่ที่ประเทศอังกฤษที่คนไทยมอบฉายา “แดนผู้ดี” ให้

 

ย้อนกลับไปในวันที่ 9 พฤษภาคม 2011 มีเด็กน้อยคนหนึ่งเดินไปเดินมาอยู่รอบ ๆ สนามซ้อมของ แมนฯ ซิตี้ ที่ บาโล ค้าแข้งให้ในตอนนั้น ด้วยความที่รักเด็กอยู่แล้วจึงเดินเข้าไปถามว่า เฮ้ ทำไมนายไม่ไปโรงเรียน มาทำอะไรแถวนี้ ?

 

คำตอบที่ได้รับจากเด็กน้อยชาวเมืองแมนเชสเตอร์ คือ “ผมจะไม่ไปโรงเรียนอีกแล้ว เพราะที่นั่นมีคนคอยแกล้งผมอยู่ พวกเขาทำร้ายผมหนักมาก”

 

หลังจากได้ยินเรื่อง เกรียนโอ้ ก็เดินทางไปพบกับแม่ของเด็กคนนี้จากนั้นจึงไปที่โรงเรียนด้วยกันเพื่อจัดการกำราบเจ้า 2 เด็กเกเรที่ชอบรังแกคนอื่น ซึ่งพอเจอตัวพ่ออย่าง บาโลเตลลี เข้าไปเด็กเกเรก็สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรใครอีก พร้อมกลับตัวกลับใจเป็นคนดี ความสงบสุขจึงกลับคืนสู่โรงเรียนแห่งนี้อีกครั้ง !

 

  1. เคยเล่นชู้กับหญิงอื่นในบ้านตัวเอง

บาโลเตลลี นั้นเป็นนักฟุตบอลที่ขึ้นเรื่องความแบดบอยอยู่แล้ว เพราะไลฟ์สไตล์ของเจ้าตัวนั้นจะเรียกว่าสุดโต่งเลยก็ไม่ผิด ทั้งเรื่องจุดไฟเผาโน่นนั่นนี่ จุดพลุระเบิดห้องน้ำในบ้านตัวเองงี้ รวมถึงอื่น ๆ อีกมากมาย

 

แต่นั่นก็น่าจะเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้มีแรงดึงดูดผู้หญิงสวย ๆ เข้ามาในชีวิตมากมาย จนกระทั่งตกลงปลงใจปลูกต้นรักอย่างจริงจังกับ ราฟาเอลลา ฟิโก้ นางแบบชื่อดังชาวอิตาลี พร้อมย้ายมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันที่เมืองแมนเชสเตอร์ ด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ความร้ายกาจของ เกรียนโอ้ นั้นไม่ใช่ว่าจะหยุดลงได้ง่าย ๆ เพราะอยู่ ๆ เรื่องฉาวโฉ่เกี่ยวกับการนอกใจแฟนสาวก็ถูกเปิดเผยออกมาว่า บาโล นั้นแอบเล่นเซ็กซ์กับนางแบบสุดฮ็อตอีกคนหนึ่งอย่าง Chloe ในบ้านของตัวเองขณะที่ ฟิโก้ นอนหลับอยู่อีกห้องหนึ่ง จนเป็นชนวนให้ทั้งสองเลิกรากันภายหลัง

 

  1. เกรียนกับ โฆเซ มูรินโญ

ย้อนกลับไปในสมัยที่ เดอะ สเปเชียล วัน ยังคงเป็นผู้จัดการทีมอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน เขาเคยทำงานร่วมกันกับ มาริโอ บาโลเตลลี อยู่พักหนึ่งซึ่งก็มีหลายเหตุการณ์ที่พอนึกถึงแล้วอดขำไม่ได้อย่างเช่นเรื่องที่ จ่ามู จะเล่าต่อไปนี้

 

“ผมจำได้ว่าครั้งหนึ่งตอนพา อินเตอร์ ลงเตะกับ รูบิน คาซาน ในศึกยูฟา แชมเปียนส์ลีก พวกนักเตะกองหน้านั้นเจ็บกันหมดเลยทั้ง ดิเอโก้ มิลิโต้, ซามูเอล เอโต้ แต่มีอยู่คนหนึ่งที่พร้อมสุด ๆ คือ มาริโอ บาโลเตลลี” มูรินโญ กล่าว

 

“และในเกมนั้น มาริโอ ได้ใบเหลืองตอนนาทีที่ 42 พอเข้าสู่ช่วงพักครึ่งผมใช้เวลา 14 นาทีในห้องแต่งตัวพร่ำบอกเขาว่าทำอย่างไรอย่าให้โดนใบเหลืองที่สอง”

 

“ยังจำได้เลยว่าพูดไปแบบนี้ เฮ้ มาริโอ ฉันเปลี่ยนแปลงนายไม่ได้นะ แต่เราไม่มีกองหน้าเหลืออีกแล้วบนม้านั่งสำรอง ฉะนั้นอย่าไปแตะตัวใครเด็ดขาด เล่นแค่กับลูกฟุตบอลอย่างเดียวพอ ถ้าโดนแย่งก็ปล่อยเขาไป ไม่ต้องเอาคืน ถ้าโดนยั่วโมโห ก็ช่างมัน อย่าไปถือสา ถ้าผู้ตัดสินเป่าพลาด ก็ไม่ต้องสนอะไร”

 

“และพอลงสนามไปครึ่งหลังนาทีที่ 46 บาโลเตลลี โดนใบแดง !! ปัดโธ่ !!!”

สมัครสมาชิก